How to manage Fullnessmart.com

How to manage Fullnessmart.com

สอนการใช้งานระบบ WordPress CMS และ E-Commerce ของเว็บไซต์ fullnessmart.com 

วิธีการเพิ่มเนื้อหา Blog

  1. ไปที่เมนู Posts แล้วคลิกที่เมนู Add New
  2. ใส่ชื่อเรื่องและเนื้อหาที่เตรียมไว้
  3. หากต้องการทำเป็นหัวข้อให้ใช้ Paragraph
  4. ต้องการใส่รูปภาพ ให้คลิกที่ปุ่ม Add Media เลือกรูปเก่าที่เราได้ upload ไว้แล้วเพื่อนำมาใช้งานได้เลย (Media Library)
  5. หรือต้องการนำรูปจากเครื่องของตัวเองมาใช้ให้คลิกที่ Upload Files
  6. เลือก Categories เป็น Blog
  7. ฝั่ง sidebar คลิกที่ Set featured image เพื่อเลือกรูปมาทำเป็น featured image
รูปภาพที่นำมาทำ featured image ขนาดความกว้าง 700px ความสูงแล้วแต่สัดส่วน ขนาดของรูปที่แนะนำคือ  700 x 275px

วิธีการแก้ไขข้อมูลหน้าเว็บไซต์

ขั้นตอนการใช้งานจะเหมือนกับ Blog เกือบทุกอย่างครับ เพียงแต่ตัดเรื่อง featured image ออกไป

  1. ไปที่เมนู Pages แล้วคลิกที่เมนู All Pages
  2. เลือกหน้าที่ต้องการแก้ไข ในตัวอย่างคือ “Terms & Conditions”
  3. แก้ไขชื่อเรื่องและเนื้อหาตามต้องการ วิธีเดียวกับการทำงานของ Blog ด้านบน
  4. จัดการกับรูปภาพโดย คลิกที่ปุ่ม Add Media เลือกรูปเก่าที่เราได้ upload ไว้แล้วเพื่อนำมาใช้งานได้เลย (Media Library)
  5. หรือต้องการนำรูปจากเครื่องของตัวเองมาใช้ให้คลิกที่ Upload Files

วิธีจัดการระบบ Comments

ในกรณีที่มีคนเข้ามา comments ในเว็บไซต์ของเรา ระบบจะมีอีเมลแจ้งเตือนเข้าไป และเราสามารถเข้ามาจัดการกับ comments ได้หลายวิธีดังนี้

  1. ที่หน้า Dashboard ในช่อง Recent Comments จะแสดง comments ล่าสุดที่มีเข้ามา สามารถคลิกที่ Reply เพื่อตอบ comment ตรงนี้ได้เลย
  2. เมนู Comments จะแสดง comments ทั้งหมด สามารถคลิกที่ Reply เพื่อตอบได้เช่นกัน
  3. หรือคลิกเข้าไปที่วันที่ของ comment ที่ต้องการ จะเข้าไปยังหน้าเนื้อหาของเว็บไซต์ สามารถตอบ comment โดยคลิกที่ปุ่ม Reply

E-Commerce System

วิธีการจัดการและเพิ่มสินค้า

  1. ไปที่เมนู Products แล้วคลิกที่เมนู Add Product
  2. ตั้งชื่อสินค้า และใส่รายละเอียดสินค้าตามต้องการ
  3. ใส่รายละเอียดสินค้าอย่างสั้นที่ Product Short Description (ด้านล่าง) ด้วย
  4. ฝั่ง sidebar เลือก Product Categories ตามต้องการ
  5. คลิกที่ Set featured image เพื่อเลือกรูปสินค้า
  6. กรณีต้องการแสดงรูปสินค้ามากกว่า 1 รูปให้คลิกที่ “Add product gallery images” เพิ่มรูปอื่นๆ ได้ตามต้องการ
ขนาดรูปสินค้าความกว้างไม่ควรต่ำกว่า 400px ความสูงแล้วแต่สัดส่วน ระบบจะ resize รูปให้อัตโนมัติ ขนาดรูปที่แนะนำคือ 400 x 400px

วิธีการตั้งค่าสินค้า

ขั้นตอนนี้จะเป็นการตั้งค่ารายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม ให้ไปที่เมนู Products แล้วเลือกสินค้าเพื่อแก้ไขได้ตามต้องการ โดยให้มาที่หน้าต่าง Product Data ด้านล่าง แล้วใส่ข้อมูลสินค้าตามวิธีการด้านล่าง

  1. เมนูย่อยแถบ General ใส่รหัสสินค้าที่ช่อง SKU
  2. ตั้งราคาขายปกติที่ช่อง Regular Price
  3. หากต้องการทำโปรโมชั่นให้ตั้งราคาที่ช่อง Sale Price สามารถกำหนดระยะเวลาการ Sale ได้ที่ช่อง Sale Price Dates หรือไม่ต้องกำหนดวันก็ได้
  4. เมนูย่อยแถบ Inventory หากต้องการให้มีระบบจัดการเรื่อง Stock สินค้าให้ติ๊กที่ “Enable stock management at product level”
  5. กำหนดจำนวนสินค้าใน stock ที่ช่อง “Stock Qty” ระบบจะตัดจำนวนให้อัตโนมัติหากมีการสั่งซื้อ ในกรณีที่จำนวน stock เหลือน้อยหรือสินค้าหมดจะมีการแจ้งเตือนทางอีเมล
  6. สามารถเลือกกำหนดค่าที่ช่อง “Stock status” ได้เองอีกด้วย
  7. เมนูย่อยแถบ Shipping ให้กรอกข้อมูลน้ำหนักสินค้า หรือขนาดของสินค้า ระบบจะนำไปคำคำนวณเป็นราคาค่าจัดส่ง
  8. เมนูย่อยแถบ Linked Products ช่อง Up-Sells และ Cross-Sells ให้กรอกชื่อสินค้าที่มีความใกล้เคียงกัน สำหรับเป็นสินค้าแนะนำให้ลูกค้าได้เลือกซื้อเพิ่มเติม โดยระบบจะแสดงอัตโนมัติในหน้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าชิ้นนี้
ช่อง Up-Sells และ Cross-Sells ให้พิมพ์ชื่อสินค้าหรือ SKU ระบบจะขึ้นชื่อสินค้ามาให้เลือกอัตโนมัติเมื่อพิมพ์ไปได้ประมาณ 2-3 ตัวอักษร
หากต้องการให้สินค้าชิ้นไหนแสดงที่หน้า Home ให้ไปที่เมนู Products จะมีรายชื่อสินค้าทั้งหมด ให้เลือกคลิกเครื่องหมายดาวให้เป็นสีเข้ม สินค้าชิ้นนั้นจะไปแสดงในส่วนของ FEATURED PRODUCTS ที่หน้า Home

วิธีการจัดการ order สินค้า

หลังจากที่ลูกค้าได้สั่งซื้อสินค้าบนเว็บไซต์แล้ว จะมีอีเมลแจ้งเตือนเป็นใบสั่งซื้อสินค้าอย่างละเอียด หลังจากนั้นเราสามารถเข้ามาตรวจสอบ แจ้งสถานะ รวมถึงแก้ไข orders การสั่งซื้อได้ที่เมนู “WooCommerce” แล้วคลิกไปที่เมนู Orders จะแสดงรายการสั่งซื้อสินค้าทั้งหมด ให้คลิกเข้าไปในรายการสินค้าที่ต้องการ แล้วทำวิธีดังต่อไปนี้

  1. กล่อง “Order Details” ตั้งค่าสถานะของ order ที่ช่อง “Order status:”
  2. sidebar ด้านขวา ตั้งค่า Order Action ให้สอดคล้องกับ “Order status:”
  3. ช่อง Order Notes ด้านล่าง สามารถส่งข้อความสั้นๆ เพื่อแจ้งให้ลูกค้าเห็นได้